E-Newsletter issue 5/2011 "นวัตกรรมลดโลกร้อน คุมความเสี่ยงเพื่ออนาคต"
นวัตกรรมลดโลกร้อน คุมความเสี่ยงเพื่ออนาคต
พลังงานทดแทนที่สามารถหมุนเวียนมาใช้ได้อีก เป็นพลังงานที่ได้รับความสนใจในการศึกษาค้นคว้า และเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งพลังงานในอนาคต และช่วยลดปัญหาด้านมลพิษที่เกิดจากการใช้พลังงานในปัจจุบัน.
พลังงานทดแทน คือ พลังงานที่ใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นพลังงานหลักที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน พลังงานทดแทน แบ่งออกเป็น พลังงานทดแทนจากแหล่งที่ ใช้แล้วหมดไป เช่น ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ หินน้ำมัน และ พลังงานทดแทนที่สามารถหมุนเวียน มาใช้ได้อีก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล น้ำ
ทำความเข้าใจพลังงานทดแทน
งาน “เรนิวเอเบิล เอ็นเนอจี เอเชีย 2011” (Renewable Energy Asia 2011) จะมีในวันที่ 1-4 มิถุนายนนี้ ระหว่างเวลา 10.00-18.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา จะเป็นการจัดงานที่จะเป็นเสมือนจุดนัดพบของทางเลือกใหม่ในการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่นอกจากจะส่งผลในเรื่องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายแล้ว จะช่วยให้เกิดการรักษาสิ่งแวดล้อม และการจัดระบบกระบวนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย คาดว่าภายในงานจะมีบริษัท ต่าง ๆ มาร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 130 บริษัท จะมีตัวแทนบริษัทต่าง ๆ รวมถึงผู้สนใจทั่วไปเข้าชมงานไม่น้อยกว่า 15,000 คน โดยมีเงินสะพัดจากการเจรจาธุรกิจภายในงาน ไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท.
อรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. กล่าวว่า ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะนับเป็นอีกหนึ่งงานที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ที่เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยสนับสนุนพัฒนา ต่อยอดอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าไทย ให้สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจ เป็นเวทีการซื้อขายที่เอื้อประโยชน์ต่อการค้า การลงทุนระหว่างประเทศในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ปัจจุบันการใช้พลังงานของประเทศ ไทย มีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของประชากรและครัวเรือน ภายใต้ข้อจำกัดของแหล่งพลังงาน ที่ส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปทำให้ธุรกิจพลังงานต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคต จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาและค้นคว้าวิจัยในเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความจำเป็นดังกล่าว จึงได้สนับสนุนการจัดงานนี้ เพื่อให้กลุ่มประเทศในเอเชียและกลุ่มอุตสาหกรรมข้ามชาติมาแสดงเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยี เกิดโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยี รองรับความต้องการใช้พลังงานในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการร่วมงานว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนตระหนัก และให้ความสำคัญด้านการจัดการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน และเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับภาคการใช้พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ มาร่วมจัดแสดง อาทิ เทคโนโลยีฝีมือคนไทย การสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ปลูกผักไร้สารพิษ และผู้นำด้านพลังงานทดแทนในด้านโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวภาพ เพื่อช่วยในการผลิตพลังงานสะอาดที่เป็นประโยชน์ให้กับชุมชน ธุรกิจ และภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม กรณีล่าสุดที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยี ยังต้องพ่ายให้กับแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ หรือในประเทศไทยเองก็ตามที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการในวงการอุตสาหกรรมเริ่มตื่นตัวในการแสวงหาความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับพลังงานที่ยั่งยืน โดยในงานนี้จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้ชมกันมากมาย อีกทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดระยะเวลา 4 วัน อาทิ การประชุมสัมมนาพลังงานหมุนเวียน การนำเสนอข้อมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนและโอกาสการลงทุนในแต่ละประเทศในอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานด้านพลังงานในประเทศอาเซียน การประชุมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยตัวแทนภาครัฐจากประเทศอาเซียน การสัมมนาด้านการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม และศูนย์ให้คำปรึกษาครบวงจรด้านพลังงาน เป็นต้น
อนาคตของการดำเนินธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใส่ใจในการหาพลังงานทดแทนเพื่อลดต้นทุน และร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมให้เป็นมิตรเพื่อสร้างภาคสังคมที่มีความแข็งแรง โดยในงาน “เรนิวเอเบิล เอ็นเนอจี เอเชีย 2011” นี้ได้เชิญหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเข้ามาชม การจัดการขยะ ที่นำไปแปรรูปเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยจะเป็นการขยายความรู้และจัดการท้องถิ่นอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
อุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงก็เช่น ปิโตรเคมี เนื่องจากต้องทำงานกับสารเคมีและการปล่อยของเสีย นอกจากนี้อุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็ยังมีส่วนปล่อยของเสีย เช่น ควันหรือน้ำเสีย ดังนั้นการตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมมือกับภาครัฐมากขึ้นย่อมเป็นผลดี ขณะเดียวกันผู้ผลิตบางรายที่มองว่าการผลิตที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะเพิ่มต้นทุนการผลิตเริ่มลดน้อยลง เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยหลายรายเริ่มเห็นทางออกในการทำงานโดยการจัดการของเสีย อย่าง น้ำเสียนำไปรดต้นไม้ หรือหาพลังงานอื่น ๆ เข้ามาทดแทน อันเป็นผลดีต่อการประหยัดต้นทุนด้วย
นุชรินทร์ ภารดีวิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดงาน “เรนิวเอเบิล เอ็นเนอจี เอเชีย 2011” (Renewable Energy Asia 2011) กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมมีการตื่นตัวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บวกกับปัญหาโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเดิมทีภาคเอกชนมีการทำงานเพียงเป็นพิธีพอให้ผ่านการตรวจจากภาครัฐ ต่างจากช่วงหลังที่เอกชนมีความจริงจังในการทำงานมากขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่สภาพแวดล้อมไม่ดี ย่อมส่งผลต่อสังคมและมีผลย้อนกลับมายังตนเอง
ในภาวะที่โลกร้อนขึ้น และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาคอุตสาหกรรม จึงมีการตื่นตัวอย่างมากเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเพื่อการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีการออกกฎหมายเพื่อตีกรอบมากมาย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้คือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเข้ามา
ที่มา www.dailynews.co.th







![]() | Today | 199 |
![]() | Yesterday | 247 |
![]() | This week | 2144 |
![]() | This month | 5628 |
![]() | All | 218004 |










