• Thai (ภาษาไทย)
  • English (United Kingdom)

E-Newsletter issue 7/2011 "สรรพสามิตโชว์กึ๋นชงเก็บภาษีสีเขียวชดเชยเก็บน้ำมัน"

-  ชงเก็บภาษีสีเขียว
-  ชดเชยเก็บน้ำมัน
อธิบดีกรมสรรพสามิตเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่เก็บภาษีสิ่งแวดล้อม 2 กลุ่ม กลุ่มแรก รถยนต์ ภาษีเชื้อเพลิง แบตเตอรี่ เครื่องปรับอากาศ กลุ่มสอง น้ำมันหล่อลื่น ยาฆ่าแมลง ยางรถยนต์ บรรจุภัณฑ์ หารายได้ชดเชยภาษีน้ำมัน

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวมั่นใจถึงแผนปฏิบัติการ “สรรพสามิตสีเขียว” (GREEN EXCISE TAX REFORM) น่าจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลใหม่ทั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ เนื่องจากเป็นแผนงานที่สอดรับกับกระแสโลกเกี่ยวกับการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ในสถานการณ์ที่โลกเริ่มเข้าสู่ภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งหากสามารถดำเนินงานตามแผนการดังกล่าวแล้ว ไม่เพียงช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ยังเสริมสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันด้านธุรกิจ ตามแนวคิด “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pay Principle)

นอกจากนี้ ยังสามารถขยายฐานภาษีได้กว้างขึ้น ชดเชยภาษีอื่นๆ ที่มีแนวโน้มปรับลดลง เช่น การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 30 หรือร้อยละ 23 หรือภาษีนำเข้าที่ต้องปรับลดลงจนบางตัวเหลือเพียงร้อยละ 0 หลังการเกิดขึ้นของกลุ่มการค้าต่างๆ ทั้งนี้ “ภาษีสรรพสามิตสิ่งแวด- ล้อม” จะช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ ส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย รวมถึงดูแลประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ

สำหรับกลุ่มสินค้าที่อยู่ในข่ายที่เสีย “ภาษีสรรพสามิตสิ่งแวดล้อม” แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ โดยกลุ่มแรกจะอยู่ในโครงสร้างพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตอยู่แล้วคือ 1.ภาษีรถยนต์ที่จัดเก็บ ตามปริมาณการปล่อยก๊าซ

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สู่ชั้นบรรยากาศ 2.ภาษีเชื้อเพลิงทุกประเภท โดยวัดจากปริมาณของเสียที่ได้จากการเผาไหม้ 3.ภาษีแบตเตอรี่ เฉพาะที่มีส่วนผสมของโลหะที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และ 4.ภาษีเครื่องปรับอากาศที่ใช้พลังงานมากก็ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศได้รับการยกเว้นภาษีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ส่วนกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มสินค้าที่ยังไม่ได้อยู่ในโครงสร้างพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตได้แก่ น้ำมันหล่อลื่น ยาฆ่าแมลง ยางรถยนต์ บรรจุภัณฑ์ ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องเสนอ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.พิกัดภาษีสรรพสามิตพ.ศ. 2527 เพื่อเพิ่มเติมรายการดังกล่าวเข้าไปโดยเก็บภาษีตามปริมาณของเสียที่ปล่อยออกมา รวมถึงแผนงานในอนาคตอันใกล้จะ ยกร่างพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม เพื่อจัดเก็บ “ภาษีสรรพสามิตสิ่งแวดล้อม” โดยตรงจากผู้ประกอบการหรือเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษสู่แม่น้ำหรืออากาศโดยตรง ซึ่งทั้งหมดจะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลชุดใหม่ก่อน    


ที่มา -ข่าวหุ้น
- www.en.mahidol.ac.th/thai/news/envi_news.php

04 กรกฎาคม 2554